สังคมแบ่งปันของคนเอาใจ เกมส์ ดูดวง คลิป กลอน ข่าว นิทาน รูปดารา
กันยายน 09, 2553, 09:43:17 am
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว
:
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
สังคมแบ่งปันของคนเอาใจ เกมส์ ดูดวง คลิป กลอน ข่าว นิทาน รูปดารา
>
เอาใจ คนชอบดูดวง
>
ทํานายฝัน ทํานายความฝัน
>
ทํานายความฝัน
หน้า: [
1
]
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ทํานายความฝัน (อ่าน 33357 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เอาใจ
จอมพล ขั้น5
ร้อยโท ขั้น1
คะแนนน้ำใจ 20
กระทู้: 687
Level 21 : Exp 26%
HP: 42.7%
ทํานายความฝัน
«
เมื่อ:
มีนาคม 26, 2553, 10:29:52 am »
ทำนายฝัน ทำไมถึงฝัน สาเหตุที่ฝัน. การทำนายฝัน สอนวิชาทำนายฝัน วิเคราะห์การทำนายฝัน
ใคร บ้างที่นอนหลับ "ฝัน" แล้วพอตื่นขึ้นมามองข้ามไปเลยไม่มีความฉงนสนเท่ห์ ไม่พยายามหาสาเหตุ หาเหตุผลมาตีความ หรือว่าตรงกันข้าม พอตื่นขึ้นมาบางคนอาจถึงขั้น ..วิ่งไปหาหนังสือเปิดทำนายเลยก็ได้ว่า "ฝันนั้นบ่งบอกถึงอะไร"
แม้ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์นำคน ออกท่องอวกาศ การแพทย์สามารถเปลี่ยนหัวใจมนุษย์ แต่เรื่องราวของความฝันนั้น ก็ยังเปรียบเหมือนห้องมืดลงกลอนที่ไร้กุญแจไข ซ้ำยังอัดแน่นไปด้วยเรื่องลี้ลับ เดินขนาบมาพร้อมกับความเชื่อ แฝงไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติ หรือยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจหยั่งถึงในความอัศจรรย์ของกลไกทางสมองและร่างกาย ของมนุษย์
ขอนำคุณเข้าสู่ห้วงแห่งความฝัน โดยนำผู้ศึกษาในสาขาต่างๆ มาเป็นผู้บอกเล่า
ต้นเหตุแห่งความฝันตามคัมภีร์โบราณ
เริ่ม ต้นสั้นๆ จากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้แปล "ฝัน" ที่เป็นนาม คือ การเห็นเป็นเรื่องราวเมื่อหลับ แต่โดยปริยายหมายถึงการนึกเห็นในขณะตื่นอยู่ ซึ่งไม่อาจจะเป็นจริงได้
คำแปลอาจทำให้หลายคนแย้งเถียงในใจ เพราะฝันที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราวก็มี หรือฝันที่ไม่ได้หลับก็อาจเป็นจริงได้
มา พูดถึงการทำนายฝัน คงจะกล่าวได้ว่าเป็นศาสตร์เร้นลับที่สืบทอดและใช้กันมาแต่โบราณกาล เมื่อเปิดอ่านในหนังสือทำนายฝันที่บรรจุเนื้อหาความฝันและคำทำนายไว้ รวมทั้งลอบดูเกจิหมอดูหลายคนที่รับพยากรณ์ดวงชะตาในทุกรูปแบบไม่เว้นแม้การ ทำนายฝัน พวกเขามักอธิบายต้นเหตุของความฝันไว้โดยยึดตามคัมภีร์โบราณซึ่งจำแนกลักษณะ ฝันออกเป็น 4 ประการ และหากติดตามต่อไปอีก ก็จะทราบว่ากฎ 4 ข้อนี้เกือบจะเป็นพื้นฐานของสารบบความฝันที่เกี่ยวพันโลดแล่นอยู่ในทุกวงการ
สุดท้ายเป็น ธาตุโขภะ เป็นความฝันที่เกิดเพราะธาตุพิการ คือ กายไม่ปกติ กินมาก นอนมาก ท้องอืดท้องเฟ้อ ธาตุไม่ย่อย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เวลานอนหลับไม่สนิท ความฝันลักษณะนี้ถูกแยกส่วนออกมาเป็น ฝันที่ไร้สาระไม่มีมูลความจริง ไม่ให้ประโยชน์ ซึ่งโดยมากจะเป็นความฝันไม่ค่อยดี
พกท้ายคัมภีร์ยังทำนายไปถึงวันและเวลาของฝันอีกด้วย
มี คำอธิบายวันฝันว่า ฝันวันไหนจะส่งผลถึงผู้ใด เช่น ฝันคืนวันอังคาร ดีร้ายของความฝันจะตกอยู่กับพ่อแม่พี่น้องของผู้ฝันเอง ส่วนเวลาฝันจะบ่งบอกถึง อาการและจิตใจของผู้ฝัน และกำหนดคำทำนายฝันว่าจะเป็นเท็จจริงในทางดีหรือทางร้าย
ที่ แปลกแยกออกมา คือ หลับฝันในตอนกลางวัน กลับถูกบันทึกไว้ว่า ไม่ต้องหลงเชื่อ และถ้าฝันร้ายหรือฝันไม่เป็นมงคล ยังมีคาถากำกับไว้ให้ท่องหรือภาวนา เพื่อให้บรรเทาหรือกลับทางให้ฝันที่ทำนายว่าร้ายกลายเป็นเรื่องดี
ความฝัน ภาคนักบำบัดด้วยพลังหิน
"จุฑามาศ ณ สงขลา" ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากแวดวงว่าเชี่ยวชาญเรื่องไพ่ทาโรต์ การเยียวยาจิตใจด้วยพลังหิน และเธอยังศึกษามาเกี่ยวกับเรื่องความฝันด้วย
เธอ เริ่มเรื่องต้นเหตุแห่งความฝันตามตำรับคัมภีร์โบราณที่กล่าวมาในข้างต้น แต่การศึกษาของเธอด้านการบำบัดจิตใจ เธอจึงให้คำอธิบายใหม่ว่า "ความฝัน คือ การทำงานร่วมกับจิตใต้สำนึก ...การตีความฝัน เป็นทางเลือกของการบำบัด เพราะเป็นวิธีการวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับจิตใจ ตีความจากจิต เยียวยาจิตวิญญาณ อย่างเช่น คนป่วยหนัก ต้องรื้อฟื้นจิตวิญญาณขึ้นมาใหม่ และมันเกี่ยวเนื่องกับความฝัน ...แต่การศึกษาความฝัน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครสอนกัน เพราะไม่มีหมอดูศึกษากันอย่างจริงจังกันถึงขั้นรับทำนายฝันอย่างเดียว แค่นำมาเป็นข้อย่อยในการทำนาย"
"ฝันมันบอกอะไรได้บ้างใน ตอนนี้ มันเหมือนวิเคราะห์ดวงชะตา มันช่วยทำให้เรารู้อะไรล่วงหน้า ช่วยในการทำนาย และเป็นลางบอกเหตุได้ เช่น ฝันที่เป็นลางสังหรณ์ จะทำให้เรารู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้น มาแล้ว ยิ่งบางคนเชื่อในความเหลื่อมซ้อนของมิติ เช่น ไปสถานที่บางแห่งแล้วรู้สึกว่าเคยมาแล้ว คุยกับบางคนแล้วรู้ว่าเคยคุยแบบนี้มาแล้ว เขาจะเชื่อในความฝัน ...แต่ถ้าฝันแล้ววิตกกังวล จิตกระสับกระส่าย ไม่นิ่ง ไม่หยุดนิ่งที่จะแก้ไข ฝันก็ไม่มีความหมาย เพราะส่วนใหญ่ฝันลางบอกเหตุมีเอาไว้ให้แก้ไข ให้เตรียมใจ เตรียมพร้อมที่จะยอมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ...ถ้าใจเรานิ่งเมื่อไหร่ หรือฝึกสมาธิ ฝันเราจะชัดเจนขึ้น สามารถกำหนดความฝันว่าจะให้ฝันเรื่องอะไรหรือบังคับให้ฝันต่อเนื่องได้ ฝันจะแม่นขึ้นด้วย"
ความฝัน จากภาคนักจิตวิทยา
"ต้องเข้าใจก่อนว่า ฝันมันมีประโยชน์อย่างไร" คือความต้องการแรกที่ "นายแพทย์ สุจริต สุวรรณชีพ" ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิตยกขึ้นมาเป็นประโยคนำ
ที่ ปรึกษาด้านจิตวิทยาอธิบายต่อว่า ถ้าคนไม่ฝันจะตกอยู่ในภาวะกดดัน เพราะความฝันทำให้คนหลับต่อได้ โดยเลือกจะตื่นเป็นเฉพาะกรณี เช่น ฟ้าร้องไม่ตื่น แต่นำไปฝันแทน ลูกร้องถึงตื่น ส่วนที่สองคือความฝันที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ คือ คนเราฝันเพื่อให้ความหวัง สนองความต้องการในชีวิตประจำวันที่ไม่สำเร็จ ซึ่งเป็นการทำให้จิตใจผ่อนคลายได้ส่วนหนึ่ง สรุปแล้ว ฝันเป็นกลไกทางจิต เพื่อช่วยลดความตึงเครียดในขณะที่กำลังตื่น
เล่าต่อ หลังจากนั้น จิตแพทย์นำเราเข้าสู่ต้นเหตุแห่งการฝันตามหลักการทางจิตเวช โดยแบ่งต้นเหตุของความฝันออกเป็น 3 ส่วน และหากตัดเรื่องเทวดาเรื่องเหนือธรรมชาติออกก็ยังมีสาระบางส่วนคล้ายคลึงกับ คัมภีร์ฝันของคนในสมัยก่อน
ต้นเหตุที่หนึ่ง เป็นฝันที่มาจากความเจ็บปวดของร่างกาย และฝันโดยมีสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นตัวกระตุ้น เช่น ฝันว่าปวดปัสสาวะ ฝันจากทีวีที่เปิดทิ้งไว้ เสียงฬาร้อง เสียงฝน เสียงแตรรถ สองคือ ฝันต่อจากเรื่องค้างคาในชีวิตประจำวันที่ยังทำไม่จบ ยังตัดสินใจไม่ได้ ยังไม่ประสบความสำเร็จสมหวัง และข้อท้ายสุด คือ ฝันอันเนื่องมาจากเรื่องที่เจ็บช้ำ ฝังใจ บีบคั้น เสียหาย และถูกกดไว้ให้ลืมมาตั้งแต่ในอดีต
นายแพทย์สุจริต ยกตัวอย่างการวิเคราะห์ฝันตามทฤษฎี ซิกมันด์ ฟรอยด์ ด้วยว่า รูปแบบของความฝันจะผันแปรเปลี่ยนไปเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง
"ความ ฝันเป็นความคิดต่อเนื่องจากขณะที่เราตื่น เพื่อคิดให้มันจบให้มันสมหวังในความฝัน ฝันละเมอ ฝันดังไปหน่อย ก็เป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจเหมือนกัน... ฝันว่าเข้าสอบไม่ทัน ขาดนั่นขาดนี่ เปิดข้อสอบมาแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง แสดงว่าช่วงนั้นมีความกดดันมาก เวลาที่เรามีความกดดันเราจะหวนไปฝันเรื่องที่เคยอยู่ในสถานการณ์กดดันในอดีต อย่างผู้ชายฝันว่ารถหายซ้ำๆ ปรากฏว่าเมื่อก่อนขับรถไปรับส่งแฟนทุกวัน แต่พอเลิกราก็รู้สึกเสียใจฝังใจ พอเกิดความไม่สบายใจเจ็บช้ำเมื่อไหร่ก็ฝันว่ารถหาย แล้วจะไม่ได้คืนอีก ...ความกลัวที่ฝังใจ ไม่ว่าจะเป็นการถูกทำร้ายมาในอดีต ถูกข่มขืน หรือเกิดความสูญเสีย ฝันร้ายก็จะออกมาว่าถูกสัตว์ร้ายขย่มขู่ไล่ล่าอยู่เรื่อยๆ ...ฝันเห็นงู แล้วจะได้คู่ ตามจิตวิเคราะห์ งูเป็นสัญลักษณ์ของอวัยวะเพศชาย แต่ฝันตรงๆ ไม่ได้มันน่าเกลียดไป จึงเบี่ยงเบน ไม่ฝันให้ตรงไปตรงมา และออกมาเป็นรูปแบบสัญลักษณ์"
อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า "คนเราฝันกันทุกคืน แต่มีช่วงนิดเดียวเท่านั้นที่จะจำฝันได้คือก่อนตื่น และการฝันก็เป็นอาการที่บ่งบอกว่า คุณกำลังหลับไม่สนิท เพราะหากหลับลึกจริงๆ แล้วจะจำฝันไม่ได้"
"จริงๆ เราไม่รู้มากนักว่าทำไมคนเราถึงฝัน แต่ฝันเป็นช่วงสำคัญในการย่อยข้อมูล หรือจัดเก็บข้อมูลของความทรงจำที่เกิดขึ้นในเวลากลางวันให้เป็นระบบ ...ส่วนความฝันในทางจิตวิทยามันเกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ไม่เชื่อมโยงกันเลย มันเกิดขึ้นโดยเอาเรื่องแพะมาชนแกะ ถ้าคนฝันในลักษณะที่ตื่นอยู่เราจะเรียกว่า เสียสติ เพราะไม่อยู่ในโลกแห่งความจริง ไร้เหตุผลและความเป็นไปได้ คนโรคจิตจะเป็นแบบนี้"
ส่วนอีกมุมหนึ่งของจิตวิเคราะห์ จิตแพทย์ประกอบ บอกว่า "ความฝันเป็นสิ่งที่โผล่ออกมาจิตใต้สำนึก ในเวลาที่จิตสำนึกอ่อนแรง"
"เรา มีความทรงจำฝังลึกในอดีตอย่างไร บางทีเมื่อจิตใจอ่อนแอ ไม่สามารถจัดเก็บความฝันได้ มันก็จะโผล่ออกมา สิ่งที่เจอบ่อยๆ คือ เป็นความขัดแย้งในจิตใจ ที่มิอาจจะโต้ตอบได้ ภาพที่เห็นจะบ่งบอกสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง ภาพที่มีในฝันจะบ่งบอกได้ว่าภาพใดหมายถึงอะไร ...ความฝันบางทีหาสาเหตุทางจิตใจไม่ได้ แต่กลับบ่งบอกถึงภาวะความเจ็บป่วยทางร่างกาย กรณีตัวอย่างเช่น คนไข้รายหนึ่งฝันซ้ำๆ ว่าเจ็บหลังมานาน หลังจากนั้น 6 เดือนตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตรงจุดที่ฝันพอดี หรือ คนไข้ฝันซ้ำซากว่ามีแมลงอะไรมาไต่ที่แขน ต่อมา 2 ปีให้หลังพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนังตรงจุดที่ฝัน เราจึงพบว่าบางทีความฝันมันบอกโรคได้เหมือนกัน ...ส่วนฝันซ้ำๆ ทั่วไป ถ้าเอาด้านจิตวิเคราะห์มาอธิบาย คือ ความขัดข้องความขัดแย้งมันยังไม่ถูกแก้ไข เพราะฉะนั้นมันเลยได้แต่ฝันๆๆ" เขาเล่า
ฝันติดชาร์ต
ส่วน ฝันเรื่องใดเป็นที่นิยม และทายได้แม่น จิตแพทย์บอกเสียงเดียวกันว่า ที่ต้องเคยฝันกันทุกคน คือ "ฝันว่าปวดฉี่" ทว่าฝันอื่นๆ พวกเขาอธิบายตามสภาวการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ของแต่ละคนมากกว่า คือ ฝันอะไรก็ได้ที่ตีความไปถึงความวิตกกังวลที่ทุกคนล้วนต้องประสบ
ทางจุฑามาศ เธอคิดว่า "คนชอบฝันแล้วเอาไปตีความเป็นเลขหวย คือ การเตรียมตัว เตรียมจิตตัวเองให้ฝัน แม่นไม่แม่นต้องพิสูจน์กันเอาเอง"
จาก ความคิดของเธอจะเห็นความเหมือนกับจิตแพทย์ทั้งสองนาย คือ "...ฝันเป็นตัวเลข คนใบ้หวยเข้าไปนอนแป๊บเดียวออกมาบอกหวย คนทำเป็นอาชีพทำได้ มันเหมือนเป็นการสะกดจิตตัวเอง ต้องทำบ่อยๆ ใช้การฝึกฝน จริงไม่จริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ พระบางองค์รู้จิตใจผู้อื่น หรือมีญาณหยั่งรู้ล่วงหน้า ก็น่าจะมีจริง แต่มันไม่ใช่กิจของสงฆ์ บอกไปก็จะมีแต่ทำให้ศีลเสื่อม ญาณเสื่อม เพราะไปเพิ่มกิเลสให้ผู้คนเปล่าๆ อย่างบางคนฝึกสมาธิและมีความสามารถพิเศษ ก็อาจจะล่วงรู้ได้เหมือนกัน เราบอกว่าไม่เชื่อก็ไม่ได้ หรือถ้าเชื่อก็พิสูจน์ไม่ได้"
ภาพฝันขาวดำหรือสี่สี
จิตแพทย์ทั้งสองรายยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า สีในฝันบ่งบอกถึงสติปัญญา
เขา ทั้งสองกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่จะฝันเป็นภาพขาวดำ โดยไม่มีเหตุผลเพราะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เป็น แต่ถ้าบุคคลใดฝันเป็นภาพสี มีการยืนยันทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า มีแนวโน้มว่าจะมีไอคิวสูงกว่า ฉลาดกว่า มีจินตนาการสูงกว่า เพราะคนเหล่านี้จึงจะสามารถสร้างหยิบเลือกสีสันมาประกอบอยู่ในภาพฝันได้ ซึ่งไม่นับว่ากำลังฝันในเรื่องที่ต้องมีการระบุสีอยู่แล้ว ยิ่งถ้าฝันเป็นสี พร้อมทั้งรับได้ถึงรูป รส กลิ่น เสียง ไอคิวยิ่งจะบวกขึ้นไปอีกโข
ความพยายามของการพิสูจน์ แปล ทำนาย วิเคราะห์ ในความหมายของความฝันทั้งมวล คงจะพอสรุปในด้านดีได้ว่า ความฝันคือประตูไปสู่จิตใต้สำนึก เพื่อให้คนเราค้นหาสาเหตุทางร่างกาย จิตใจ จิตสำนึก ไปถึงจิตใต้สำนึกที่เป็นปัญหาอักเสบอยู่โดยเราไม่รู้ตัวหรือไม่เคยสังเกตมา ก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราเข้าใจตัวเอง และเข้าใจในจิตใจของตัวเองได้มากขึ้น รวมไปถึง ความฝันยังเป็นสัญญาณให้เราดูแลตัวเองและเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิต อย่างรอบคอบ
จิตแพทย์กล่าวว่า ความร้ายแรงของความฝันร้าย อาจส่งผลกระทบไปถึงความเจ็บปวดของจิตใจ ทำให้ไม่เป็นอันทำงาน ไม่กล้าหลับไม่กล้านอน หรือทำให้คนกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่ก็ได้ให้ข้อคิดทิ้งท้ายไว้เช่นกันสำหรับผู้ที่วิตกในเรื่องของความฝันว่า "ฝันไม่ทำร้ายเรา เท่ากับความคิดที่เราทำร้ายตัวเอง"
ในภาคหมอดู มหาแซม ยกทางธรรมเข้าข่ม "พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "คนที่ฝันร้าย คือฝันเห็นสิ่งต่างๆ ที่น่ากลัวน่าหวาดเสียวนั้น ก็เป็นเพราะเหตุที่ไม่มีสติสัมปชัญญะในเวลานอนหลับ แต่ผู้ที่มีสติตั้งมั่น มีสัมปชัญญะสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งหลับแล้ว ก็จะฝันแต่สิ่งที่ดีเสมอ ไม่ฝันถึงสิ่งชั่วร้ายหรือน่าหวาดกลัวเลย" "ความฝันดีย่อมเกิดจากจิตใจที่สงบ...ถ้าเราอยากฝันดี ก็ควรตั้งใจดี มีจิตเมตตาแก่คนทุกคน ก่อนจะถึงเวลาหลับ"
ที่มา ผจก.รายวัน manager.co.th/Daily/ViewN...=9470000069634
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
เอาใจ แบบทั้วไป
-----------------------------
=> ประกาศ จากเอาใจ
=> แนะนำตัว
===> Chat พูดคุยกัน
===> ภาคเหนือ
===> ภาคอีสาน
===> ภาคตะวันออก
===> ภาคตะวันตก
===> ภาคกลาง
===> ภาคใต้
=> ห้องนั่งคุยทั้วไป
=> ห้องระบายอารมณ์
=> คอร์ดกีต้าร์
-----------------------------
เอาใจ คนบันเทิง
-----------------------------
=> ข่าว
===> ข่าวด่วน
===> ข่าวการเมือง
===> ข่าวกีฬา
=> ข่าวบันเทิง
=> ซุบซิบดารา
=> hi5ดารา
=> รูปดารา
=> ดาราเกาหลี
-----------------------------
เอาใจ คนชอบรูปภาพ
-----------------------------
=> รูปสาวสวย
=> รูปหนุ่มหล่อ
=> รูปวิวทิวทัศน์
=> รูปสัตว์เลี้ยง
=> รูปตลก รูปแปลก
-----------------------------
เอาใจ คนชอบบทความต่างๆ ที่น่าสนใจ
-----------------------------
=> E-Books
=> เรื่องสั้น
===> เรื่องขำขัน
=> นิทาน
===> นิทานอีสป
===> นิทานพื้นบ้าน
===> นิทานภาษาอังกฤษ
=> คำถามกวนโอ๊ย
=> คําคม
-----------------------------
เอาใจ คนชอบกลอน
-----------------------------
=> กลอนรัก
=> กลอนกวนๆ
=> กลอนคิดถึง
=> กลอนอกหัก
-----------------------------
เอาใจ คนชอบดูดวง
-----------------------------
=> ดูดวงความรัก
=> ดูดวงเนื้อคู่
=> ทํานายฝัน ทํานายความฝัน
-----------------------------
เอาใจ คนชอบเล่นเกมส์ flash
-----------------------------
=> เกมส์ทําอาหาร
=> เกมส์แต่งตัว
=> เกมส์ปลูกผัก
=> เกมส์ต่อสู้
=> เกมส์แข่งรถ
=> เกมส์อื่น
===> เกมส์เต้น
===> เกมส์จับคู่
===> เกมส์วางระเบิด
===> เกมส์มาริโอ
=> เกมส์ออนไลน์
-----------------------------
เอาใจ คนชอบการ์ตูน
-----------------------------
=> naruto 507 นารูโตะ 507 อ่านนารูโตะ
===> *-*
=> Bleach 417 บลีช 417 อ่านบลีช
-----------------------------
เอาใจ คนชอบดูคลิป
-----------------------------
=> คลิปผี
=> คลิปนักศึกษา
=> คลิปฟุตบอล
=> คลิปตลก
-----------------------------
ฟังวิทยุออนไลน์
-----------------------------
=> ฟังวิทยุออนไลน์
===> ฟังวิทยุออนไลน์
www.Stats.in.th
adyim.com